วันที่ 2 ธันวาคม 2568 นางบุญญาพร กายเพ็ชร เกษตรอำเภอกันตัง ร่วมประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประจำเดือนธันวาคม 2568 ณ ศาลาประชาคมอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง มีข้อราชการแจ้งวาระการประชุม ดังนี้
1. ประชาสัมพันธ์ การขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ประจำปี 2568 ขอความร่วมมือ ในการประสานงานและการประชาสัมพันธ์ถึงความสำคัญในการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร
2. ภัยธรรมชาติ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2563 และหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2564
เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว
– เกษตรกรยื่นแบบขอรับการช่วยเหลือ (กษ 01) ซึ่งมีผู้ใหญ่บ้าน/กำนัน/อบต. หรือนายกเทศมนตรีตรวจสอบและรับรอง ตามสถานที่ที่กำหนด
– คณะกรรมการหมู่บ้านตรวจสอบ และรับรองความเสียหาย
– นำรายชื่อเกษตรกรที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว ไปติดประกาศคัดค้านตามสถานที่ที่กำหนด ไม่น้อยกว่า 3 วัน
– สำนักงานเกษตรอำเภอนำเสนอคณะกรรมการ ก.ช.ภ.อ. พิจารณาให้ความช่วยเหลือ
![]()
หลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือ
– เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร และปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัย
– มีพื้นที่เสียหายจริง อยู่ในพื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือฯ ช่วยเหลือไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่
ข้าว 1,340 บาทต่อไร่
พืชไร่และพืชผัก 1,980 บาทต่อไร่
ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ 4,048 บาทต่อไร่
ข้อควรรู้ ![]()
1.หากเกษตรกรไม่มีการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรติดต่อกัน 3 ปี จะถูกยกเลิกทะเบียนเกษตรกรในระบบอัตโนมัติ
2.กรณีประกาศเขตช่วยเหลือภัยพิบัติ หากไม่มีการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ก่อนเกิดภัยจะเสียสิทธิ์ในการรับการช่วยเหลือ
3. การแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จในทะเบียนเกษตรกร มีความผิดตามมาตรา 137 และ มาตรา 267 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
![]()
453 Model คือ แนวทางการจัดการความเสี่ยงน้ำท่วมภาคการเกษตร ของ กรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งประกอบด้วย 4 ระยะหลัก (รู้ทัน-รับมือ-ฟื้นฟู) และ 5 กลุ่มพืชหลัก โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเสียหายและช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยอย่างเป็นระบบ
4 ระยะของการจัดการภัยพิบัติ (4 ระยะ)
ระยะลดผลกระทบ (Mitigation): ดำเนินการตลอดทั้งปี เช่น ปรับผังพื้นที่ การทำคันกั้นน้ำ และเลือกชนิดพืชที่เหมาะสม
ระยะเตรียมความพร้อม (Preparedness): เตรียมปัจจัยการผลิต ทำบัญชี และสำรวจข้อมูลเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงการแจ้งเตือนภัย
ระยะตอบสนอง (Response): การจัดการเมื่อเกิดเหตุการณ์ เช่น การระบายน้ำ การสำรวจความเสียหายเบื้องต้น และการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน
ระยะฟื้นฟู (Recovery): หลังน้ำลด ดำเนินการฟื้นฟู เช่น การสำรวจความเสียหาย การปรับปรุงดิน และการปลูกพืชทดแทนอย่างรวดเร็ว
5 กลุ่มพืชหลัก (5 กลุ่มพืช)
พืชไร่: เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย มีความเปราะบางต่อการจมน้ำสูง
พืชสวน/ไม้ผลยืนต้น: เช่น ทุเรียน มะพร้าว มีความเสี่ยงโรครากเน่าโคนเน่า
พืชผัก: มีความเปราะบางต่อภาวะน้ำท่วม
พืชน้ำมัน: เช่น ปาล์มน้ำมัน
3 คือ เครื่องมือสำคัญ ได้แก่ แผนที่ความเสี่ยง ระบบเตือนภัย ส่วนร่วมของชุมชนเกษตรเชิงพื้นที่
3. ประชาสัมพันธ์ กองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน เป็นกองทุนที่ช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนให้กู้ยืมเงินเพื่อ ปลดเปลื้องหนี้สินที่เกิดจากการนำที่ดินไปจำนองหรือขายฝาก เพื่อสงวนรักษาที่ดินของตนเองไว้ หรือเพื่อ ซื้อที่นาเช่าตามกฎหมาย และ ใช้เป็นทุนในการประกอบอาชีพ
วัตถุประสงค์หลัก
-เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนที่ประสบปัญหาหนี้สินจากการนำที่ดินไปเป็นหลักประกัน
-เพื่อช่วยให้สามารถกู้ยืมเงินไปไถ่ถอนที่ดิน หรือซื้อที่นาเช่าคืนได้
-เพื่อเป็นทุนให้แก่เกษตรกรและผู้ยากจนในการประกอบอาชีพ
คุณสมบัติผู้มีสิทธิขอกู้ เกษตรกร หรือผู้ยากจน หรือบิดา มารดา หรือคู่สมรส หรือบุตรของเกษตรกรหรือผู้ยากจน
-เกษตรกร: หมายถึง ผู้ประกอบอาชีพทำนา ทำสวน ทำไร่ ทำนาเกลือ เลี้ยงสัตว์ หรือเกษตรกรรมอื่น
-ผู้ยากจน: หมายถึง ผู้ที่มีทรัพย์สินไม่เพียงพอหรือประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ค้าขาย
วงเงินกู้
-เพื่อปลดเปลื้องหนี้สินหรือซื้อที่ดิน/ที่นาเช่า: สูงสุดไม่เกินรายละ 2,500,000 บาท
-เพื่อประกอบอาชีพ: สูงสุดไม่เกินรายละ 100,000 บาท (และต้องไม่เกินวงเงินรวมสูงสุด 2,500,000 บาท)
อัตราดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี หากชำระหนี้ดี จะได้รับการลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือร้อยละ 4, 3, 2 ตามลำดับ
ระยะเวลาชำระคืน ชำระคืนตามความสามารถในการชำระหนี้ แต่ไม่เกิน 20 ปี



